อดีตนักมวยไทยไฟท์ โดน พนง.ร้านอาหารใช้ขวดฟาด เย็บ 25 เข็ม

อดีตนักมวยไทยไฟท์ ร้องตำรวจชนะสงคราม ถูกพนักงานร้านอาหารย่านข้าวสารใช้ขวดฟาดหัว-ใบหน้า แตกเย็บ 25 เข็ม

นายเบซัด ราฟิก ดูส (Behzad Rafigh Doust) อายุ 34 ปี ชาวอิหร่าน อดีตนักชกมวยไทยไฟท์ ฉายา “เบซัด มวยไทย อะคาเดมี่” เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.บุญวิโรจน์ ขันไชย รอง สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม หลังถูกทำร้ายร่างกายที่อาหารแห่งหนึ่งภายในถนนข้าวสาร เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

โดย นายเบซัด กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองกับเพื่อนรวม 5 คน ไปดื่มกินที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในถนนข้าวสาร ตั้งแต่เวลา 23.00 น. วันที่ 26 ส.ค. กระทั่งก่อนร้านปิดตนเดินไปเข้าห้องน้ำได้พบกับพนักงานร้านหน้าห้องน้ำกลับไม่ให้ตนเข้า อ้างว่าตนไม่ได้ซื้อเครื่องดื่มภายในร้าน ตนจึงชูขวดเครื่องดื่มให้

จากนั้นพนักงานหยิบขวดออกจากมือมาตีที่หัวตน ตนจึงใช้หมัดต่อยพนักงานคนดังกล่าวจนฟันหัก ก่อนที่ตนจะถูกตะลุมบอน แล้วเพื่อนช่วยนำส่ง รพ.ราชวิถี โดยได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก มีบาดแผลที่ใบหูและคางต้องเย็บ 25 เข็ม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่อง หรือ ทำร้ายอีกฝ่ายก่อนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำนายเบซัด และตัวแทนของร้าน พร้อมเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาทะเลาะวิวาทและจะทำการเปรียบเทียบปรับคู่กรณี 2 ฝ่ายต่อไป

ญาติ ผอ.อ้อย นำร่างทรงทำพิธีตามหาตัว แต่ยังไร้วี่แวว

ญาติ ผอ.อ้อยนำร่างทรงเข้าไปทำพิธี บริเวณอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง เพื่อตามหาตัว ล่าสุดยังไร้วี่แวว

ความหน้าจากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา ล่าสุด ที่อ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายโชคชัย สายแก้ว นายก อบต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตนำร่างทรงเข้าไปประกอบพิธีที่บริเวณอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง และบริเวณใกล้กับฐานทหารแห่งหนึ่ง

สำหรับตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งร่างทรงได้ทำพิธีเข้าทรงแล้ว ปรากฏว่า ร่างทรงได้ร้องไห้คร่ำครวญคล้ายกับว่า มีวิญญาณของ ผอ.อ้อยมาเข้าร่าง และแจ้งกับญาติพี่น้องว่าหนาวมากขอให้ช่วยนำตัวกลับบ้านด้วย เมื่อญาติถามว่า ขณะนี้อยู่ที่ใด ร่างทรงบอกว่า อยู่ในน้ำเป็นปล่องน้ำไหล ขอให้นำตัวกลับบ้านด้วย และชี้มือไปทางทิศตะวันออก

จากนั้นร่างทรงได้สงบนิ่งลง ญาติของ ผอ.อ้อย ได้พากันเดินค้นหาตามลำห้วยผึ้งและในป่าข้างลำห้วยผึ้งแต่ผ่านไปนานกว่า 5 ชม.ยังไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อยแต่อย่างใด

ทางด้าน นายโชคชัย กล่าวว่า ขณะนี้ญาติ ผอ.อ้อย ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งตนในฐานะที่เป็น นายก อบต.ต้องให้การสนับสนุนในการตามหาอย่างเต็มที่ แม้ว่าในวันนี้จะยังไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อย แต่ว่าตนและญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อยก็จะยังคงค้นหาต่อไปจนกว่าจะพบร่างของ ผอ.อ้อย

ไฟไหม้แท็กซี่ คนขับพร้อมผู้โดยสารอีก 5 หนีตายกันจ้าละหวั่น

คนขับแท็กซี่เผยนาทีระทึก! หลังรับผู้โดยสาร จู่ๆ รถดับก่อนบึ้ม เกิดไฟไหม้ลามรวดเร็ว ทั้งคนขับทั้งผู้โดยสารหนีตายกันจ้าละหวั่น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์นั่งสาธารณะ ที่บริเวณหน้าสถาบันโรคทรวงอก ถ.ติวานนท์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครนนทบุรี เร่งระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณ ถ.ติวานนท์ ขาเข้า มุ่งหน้าแยกแคราย พบรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทศ 2050 กทม. ของสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ จำกัด ด้านหน้าห้องเครื่องถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เบาะด้านหน้าไฟไหม้หมดเกือบถึงด้านหลัง

ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายแสงทอง อายุ 52 ปี ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารจำนวน 5 คน ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ประกันภัยเข้าตรวจสอบพร้อมติดต่อรถยกเข้าซ่อม

นายแสงทอง กล่าวว่า ตนรับผู้โดยสารมาจำนวน 5 คน โดยรับมาจาก ซ.ทานสัมฤทธิ์ จะไป ซ.ไทรม้า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเครื่องดับ ตนก็สตาร์ตใหม่ จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ด้านหน้า และไฟได้ลุกไหม้ลามมาอย่างรวดเร็ว ตนและผู้โดยสารต่างคนต่างวิ่งหนีตาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้ามาช่วยดับไฟ ทั้งนี้ รถคันนี้ติดตั้งระบบแก๊ส NGV

เบื้องต้นตำรวจสายตรวจได้เข้าตรวจสอบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยเข้าตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนประสานรถยกให้ทำการเครื่อนย้าย เนื่องจากการจราจรติดขัดเป็นจำนวนมาก

หนุ่มกัมพูชากระโดดสะพานลงแม่น้ำ โผล่ชู 2 นิ้วก่อนจมน้ำหาย

หนุ่มกัมพูชาขอพักในตู้จราจร โดยมาขอข้าวและบอกว่าไม่ได้นอนมา 4 วัน ก่อนแอบหนีไป ต่อมามีผู้พบเห็นปีนขึ้นบนขอบสะพาน ก่อนกระโดดลงแม่น้ำจมหายไป

เมื่อเวลาประมาณ 14.45 น. เมื่อวานนี้ (20 ส.ค. 60) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า มีคนกระโดดลงจากสะพานเดชาติวงศ์ ฝั่งขาล่อง เขต อ.เมือง จ.นครสวรรค์ แล้วจมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาหายสาบสูญไป จึงรีบจัดทีมชุดนักประดาเดินทางไปให้การช่วยเหลือ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพบว่า บนราวสะพานมีโทรศัพท์มือถือของคนที่กระโดดลงแม่น้ำวางอยู่ จึงเก็บไว้ตรวจสอบ

ส่วนการลงค้นหาคนหายในน้ำ ทีมกู้ภัยนักประดาน้ำไม่สามารถลงงมค้นหาได้ เนื่องจากกระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเชี่ยวกรากอย่างรุนแรง จึงทำได้แค่เพียงใช้เรือตรวจการณ์ขับค้นหาโดยรอบบริเวณเพียงเท่านั้น โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง การค้นหาก็ยังไม่พบเจอแต่อย่างใด

ขณะที่การสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า คนที่กระโดดลงไปในแม่น้ำ ลักษณะเป็นชายวัยรุ่น ไว้ผมประบ่า และสวมเสื้อคลุมสีดำ ทำทีเดินวนเวียนไปมาอยู่บนสะพานตรงจุดที่กระโดด คล้ายเหมือนคนมีอาการกลุ้มใจ เดือดร้อนใจ แล้วจู่ๆ ก็ปีนขึ้นไปบนราวสะพานก่อนจะกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา จมหายไปพักหนึ่ง จากนั้นก็โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ชูสองนิ้วโชว์ให้กับผู้ที่เห็นเหตุการณ์ แล้วก็จมน้ำหายไปอีกรอบ ตรงบริเวณด้านหน้าสถานีวิทยุ สวท.นครสวรรค์ ซึ่งห่างจากสะพานเดชาติวงศ์ ประมาณ 100 เมตร

นอกจากนี้ยังมีผู้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่า ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะกระโดดลงแม่น้ำนั้น ได้พบเห็นกำลังวิ่งหน้าตาตื่นตกใจ และมองหลังตลอด คล้ายกับวิ่งหนีอะไรมาบางอย่าง อยู่ที่บริเวณปากซอยป่าไม้ ก่อนที่จะมาทราบว่าอีกทีว่า เป็นชายคนเดียวกันที่กระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีรายงานล่าสุดว่า ชายวัยรุ่นรายนี้ ชื่อนายวาทู เป็นชาวกัมพูชา โดยมีรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองนครสวรรค์ ว่า นายวาทูได้เข้ามาขอกินข้าวและกินยาคลายเครียดอยู่ในตู้จราจรชอนตะวัน โดยอ้างว่าไม่ได้นอนมา 4 วันแล้ว และในระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่จะเหมารถให้ไปส่งนายวาทูที่รังสิต ปทุมธานีนั้น จู่ๆ ก็ได้ขอเข้าห้องน้ำ แล้วแอบหนีหายไปทันที จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งจะมีการค้นหาศพ พร้อมกับตรวจสอบ

สั่งเสียให้จัดงานศพประหยัด เก๋ไก๋! นำเครื่องครัวแต่งหน้าหีบศพพ่อเฒ่า

ฮือฮา สารพัดเครื่องครัวหน้าหีบศพพ่อเฒ่า ลูกหลานเผยนำช้อน ชาม ถาด ประดับประดาแทนดอกไม้สด เมื่อเสร็จงาน ถวายวัดใช้ประโยชน์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (17 ส.ค.) ที่งานบำเพ็ญกุศลศพของ นายชอบ อายุ 90 ปี สร้างความฮือฮากับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานศพเป็นอย่างมาก เพราะเจ้าภาพงานศพ ซึ่งเป็นลูกหลานของผู้ตาย ได้นำจาน ช้อน ถาด และเครื่องใช้ในครัวเรือนมาประดับประดาตกแต่งเป็นแจกันใส่ดอกไม้หลากหลายชนิด

รวมทั้งใส่ผลไม้ตามฤดูกาลในพื้นที่ วางประดับหน้าหีบศพแทนดอกไม้สดเหมือนงานศพทั่วๆ ไป ซึ่งถือเป็นความคิดไอเดียที่ดี เพราะเครื่องครัวเหล่านี้หลังจากเสร็จสิ้นงานศพจะนำถวายวัดเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

นายรัชตมะโสภณ อายุ 46 ปี หลานผู้ตายเล่าว่า นายชอบได้สั่งก่อนตายไว้ว่า หากตนตายเมื่อใด การจัดงานศพต้องไม่ฟุ่มเฟือย เปลืองเงินทอง ขอให้จัดงานศพแบบเรียบง่าย ประหยัด หลังนายชอบเสียชีวิตด้วยโรคชรา ลูกหลานจึงตกลงกันว่าจะจัดงานศพแบบไม่ฟุ่มเฟือย

โดยเฉพาะหน้าหีบศพจะนำเครื่องใช้ในครัวเรือนหลายชนิดมาประดับตกแต่งแทนดอกไม้สดที่มีราคาแพงมาก เช่น ช้อน จาน ชาม ถ้วย เพื่อประหยัดและได้ใช้ประโยชน์หลังเสร็จสิ้นงานศพ เครื่องครัวที่วางหน้าหีบศพจะถวายวัด เพื่อให้พระสงฆ์นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

นาซ่าเปิดภาพทรงพลัง “พายุโนรุ” ไต้ฝุ่นจ่อถล่มญี่ปุ่นตอนใต้

นาซ่าเปิดภาพอันน่าทรงพลัง “พายุโนรุ” ไต้ฝุ่นที่มีอายุยาวนานที่สุดในปีนี้ ก่อตัวพัดผ่านมาถึง 2 สัปดาห์ กำลังมุ่งหน้าถล่มทางตอนใต้ของญี่ปุ่นในสุดสัปดาห์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การนาซ่าได้เผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ที่ปฏิบัติการสำรวจและโคจรรอบโลก โดยบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนบนในเวลานี้ พายุไต้ฝุ่นโนรุ ยังคงสะสมพลังงานและเคลื่อนที่ช้าๆ อยู่ใจกลางทะเล

แจ๊ค ฟิชเชอร์ นักบินอวกาศได้โพสต์รูปถ่ายอันทรงพลังของพายุไต้ฝุ่นโนรุ ระหว่างที่สถานีอวกาศโคจรผ่านบริเวณที่พายุพัดผ่าน ซึ่งเผยให้เห็นรูปร่างของพายุที่สมบูรณ์แบบ ปัจจุบันพายุโนรุมีกำลังเร็วลมใกล้ศูนย์กลางราวๆ 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 3 โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเพิ่งลดระดับลงจากการเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น

สำหรับ พายุไต้ฝุ่นโนรุ กลายเป็นพายุที่มีพลังงานยาวนานที่สุดในปีนี้ โดยเริ่มก่อตัวตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริเวณใกล้กับช่วงเส้นแบ่งไทม์โซน ก่อนจะพัฒนากลายเป็นพายุโซนร้อน เคลื่อนตัวช้าๆ มายังทิศตะวันตกและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใด

กระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน พายุโนรุที่คล้ายจะอ่อนกำลังและสลายตัวไป แต่กลับสะสมพลังงานเพิ่มขึ้นกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น ก่อนจะเคลื่อนที่ลงทางทิศใต้ขนานไปกับประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดได้ปรับทิศทางเคลื่อนตัวไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยคาดว่าน่าจะพัดผ่านทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น และมุ่งหน้าสู่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ต่อไป

รถบัสรับส่งนักเรียนกว่า 100 คนเบรกแตก ชนยับ 6 คันรวด

เกือบตายยกคัน รถบัสรับส่งนักเรียนกำลังเดินทางไปส่งเด็กกลับบ้าน จู่ๆ รถบัสเกิดเบรกแตก เสียหลักพุ่งชนรถยนต์อีก 6 คันรวด เคราะห์ดีทุกคนในที่เกิดเหตุปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (27 ก.ค. 60) ร.ต.อ.สมพร ปานจันทร์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสรับส่งนักเรียนเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนรถยนต์จำนวนหลายคัน บนถนนสาย 331 ช่วงบริเวณไฟแดงจราจร 3 แยกอีซูซุ ฝั่งขาเข้า อ.สัตหีบ ม.6 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงได้รุดเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศีลธรรม บ้านบึง จุดบ่อวิน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบัสสีเหลือง 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 40-0733 ชลบุรี ซึ่งเป็นรับส่งเด็กนักเรียนโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ปลวกแดง โดยมีนักเรียนโดยสารมาด้วย 105 คน อยู่ในสภาพปีนเกาะกลางถนนทำให้เสาสัญญาณไฟจราจรและกล้องวงจรปิดได้รับความเสียหาย ห่างออกไปไม่ไกลนัก พบรถกระบะจำนวน 3 คัน รถยนต์อีก 2 คัน และรถตู้รับส่งพนักงานอีก 1 คัน ได้รับความเสียหายจากการถูกรถบัสรับส่งนักเรียนพุ่งชน

ส่วนรถยนต์ฮอนด้าสีดำ หมายเลขทะเบียน ศก-7850 กทม. คันหลังสุดอยู่ในสภาพด้านท้ายพังยับเยิน ซึ่งคนขับรถยนต์ทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

จากการสอบถาม สิบตำรวจโท วรรณสิทธิ์ นามสม เจ้าหน้าที่ตำรวจงานจราจร สภ.บ่อวิน ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะที่ตนเองกำลังอำนวยความสะดวกอยู่บนถนนสายดังกล่าว ได้เห็นรถยนต์บัสรับส่งเด็กนักเรียนขับมาปกติ แต่แล้วพอจังหวะใกล้ช่วงไฟจราจร จู่ๆ รถบัสคันดังกล่าวได้เกิดเสียหลัก พุ่งชนขอบทาง ก่อนไถลไปไกลกว่า 50 เมตร และได้พุ่งชนรถจำนวน 5 คันที่จอดติดสัญญาณไฟจราจรอยู่จนทำให้ได้รับความเสียหาย

ด้านคนขับรถบัส คือ นายวรเดช อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 7 ต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตนเองได้ขับรถส่งนักเรียนในช่วงเลิกเรียนเพื่อส่งเด็กนักเรียนทั้งหมดกลับบ้าน จู่ๆ รถก็เกิดเบรกไม่อยู่ ตนจึงตัดสินใจหักหลบรถที่จอดรอสัญญาณไฟจราจรนั้น แต่แล้วก็หักหลบไม่พ้น เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นทางลงเนินซึ่งทำให้รถมีความเร็ว ก่อนที่จะพุ่งชนรถอีก 5 คัน และไถลขึ้นไปบนเกาะกลางถนน ก่อนพุ่งชนเสาสัญญาณไฟจราจรและกล้องวงจรปิดจนได้รับความเสียหาย ส่วนเด็กนักเรียนที่นั่งมาทั้งหมดจำนวน 105 คน ได้ส่งเด็กนักเรียนลงไปบ้างแล้วจำนวนหนึ่ง เหลือเพียง 65 คน บนรถ แต่โชคดีที่เด็กนักเรียนทั้งหมดปลอดภัย มีเพียงบางคนที่ฟกช้ำ

โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศีลธรรมบ้านบึง จุดบ่อวิน ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งตัวนักเรียนทั้งหมดเดินทางกลับบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวคนขับรถบัสนักเรียนไปทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แม่ลูก4 รีบตั้งสติ หลังขับรถไปตามถนน แล้วเริ่มได้กลิ่นไหม้ ตัดสินใจรีบอุ้มลูกๆ ออกจากรถเพียงเสี้ยวนาทีไฟลุกพรึบ

เมื่อคืนวานนี้ (27 ก.ค.) เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเบญจธรรม จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์เก๋ง เหตุเกิดถนนพระราม 2 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 69 ฝั่งขาเข้า พื้นที่ตำบลบางขันแตก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม

ที่เกิดเหตุรถยนต์เอสยูวี มิตซูบิชิ สเปซวากอน สีบรอนซ์เงิน กำลังมีเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว บริเวณส่วนเครื่องยนต์ด้านหน้ารถ โดยรถคันดังกล่าวติดตั้งระบบแก๊ส LPG เป็นเชื้อเพลิง โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้

นางศศิธร อายุ 38 ปี เจ้าของรถและเจ้าของคาร์แคร์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับครอบครัว รวมทั้สิ้น 6 คน เดินทางไปเยี่ยมมารดาที่โรงพยาบาลราชบุรี ระหว่างทางกลับบ้าน เมื่อขับรถมาที่เกิดเหตุ ได้กลิ่นเหม็นไหม้โชยมาเรื่อยๆ จึงตัดสนิใจจอดรถแล้วลงมาดู ก็พบว่ามีควันไฟพวยพุ่งมาจากใต้ท้องรถ และฝากระโปรงหน้ารถตนจึงรีบวิ่งเข้าอุ้มลูกชายคนเล็ก วัย 1 ขวบเศษ และจูงลูกสาววัย 4 ขวบลงจากรถทันที โดยที่ยังมีลูกสาวอีก 2 คนและสามีรีบลงจากรถและขนของหนีออกมาอย่างชุลมุน เพียงไม่กี่นาทีก็เกิดเปลวไฟก็ลุกขึ้นมาจากห้องเครื่อง จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงมาระงับเหตุ ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ นางศศิธร บอกว่าเคยเห็นข่าวบ่อยๆ แต่เมื่อมาประสบเหตุด้วยตัวเองก็รู้สึกตกใจมาก สาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากเครื่องยนต์ร้อนจัด จนสายน้ำมันซึ่งมีสภาพเก่าแตก ทำให้น้ำมันรั่วซึมออกมาจนเกิดเปลวไฟขึ้น เนื่องจากรถคันนี้ติดตั้งระบบแก๊สมาแล้ว 5 ปี และจะครบกำหนดตรวจสภาพระบบแก๊ส 5 ปีแล้ว แต่ตนยังไม่มีเวลาไปตรวจเช็ค กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว
ขอบคุณที่มา. sanook

 

จับได้แล้ว หนุ่มตระเวนลักทรัพย์บ้านดาราผู้จัด-อดีตนางงาม

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ ได้แล้ว หลังมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนหลายราย คนร้ายสารภาพเคยเข้าไปลักทรัพย์บ้านของผู้จัดละครชื่อดัง และ อดีตนางงามด้วย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีโชคชัย จับกุม นายมงคล หรือ ก้อง อายุ 22 ปี ข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืน โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักอยู่ใน ชุมชนชีวิตใหม่ ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงและเขตลาดพร้าว

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายที่อาศัยอยู่บริเวณถนนโชคชัย 4 เข้ามาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเสนานิเวศน์ หมู่บ้านต.รวมโชค หมู่บ้านอมรพันธ์อีกจำนวนหลายหลัง ที่เข้ามาแจ้งความว่าถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
จากการสอบสวน นายมงคล รับสารภาพว่า ตนเองไม่มีอาชีพ จึงก่อเหตุลักทรัพย์ โดยจะลงมือช่วงเวลาประมาณ เที่ยงคืนเป็นต้นไป ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน – 24 กรกฎาคม ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ในบ้านประชาชนจำนวน 11 ครั้ง ในพื้นที่โชคชัย นาคนิวาส และเสนานิเวศน์ ย่านลาดพร้าว ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดรวมจำนวน 120,200 บาท นาฬิกาข้อมือ 4 เรือน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560ได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์บ้านของ จิ๋ม มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช นักแสดงและผู้จัดละครชื่อดัง จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายมงคลมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์มา 5 ครั้ง ก่อเหตุตั้งแต่อายุ 13 ปี เมื่อปี 2558 ถูกจับคดียาเสพติด เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นอกจากนี้เมื่อปี 2556 ยังเคยก่อเหตุลักทรัพย์บ้านของ นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ อีกด้วย

สุดสลดใจ ภรรยาไม่เชื่อสามีตาย นอนเฝ้าศพ 4 วัน

ภรรยาไม่เชื่อสามีตาย นอนเฝ้าศพ 4 วัน จนศพพองอืดในบ้าน เพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นโชยมา เข้าไปดูพบเสียชีวิตแล้ว

เมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ประวิตร ช่อเส้ง ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่ทับทิมรุดไปตรวจสอบเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยยิ้มจินดา ถนนสิโรรส ต.สะเตง พบศพ นายสุทร อายุ 80 ปี เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตอยู่ในมุ้งครอบบริเวณหน้าเครื่องรับโทรทัศน์ เสียชีวิตมาราวๆ 4 วัน ศพเริ่มส่งมีกลิ่นเหม็น ตรวจสอบแล้วไม่พบบาดแผลใดๆ

จากการสอบสวนทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว นายสุนทร อาศัยอยู่กับภรรยา อายุ 75 ปี และลูกสาว โดยที่นายสุนทรมีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคชราอยู่ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงได้กลิ่นเหม็นโชยมาอย่างรุนแรงเป็นระยะๆ จึงได้มาสอบถามภรรยาของนายสุนทร แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีอะไร

เนื่องจากภรรยานายสุนทรมีอาการ หลงๆ ลืมๆ เมื่อไปดูเห็นนายสุนทรเสียชีวิตแล้วแต่คิดว่ายังมีลมหายใจอยู่พร้อมขอร้องให้เพื่อนบ้านนำส่งโรงพยาบาล พูดตลอดเวลา ว่า “สามียังมีชีวิต กำลังนอนหลับอยู่” เพื่อนบ้านจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ส่วนสาเหตุน่าจะเสียชีวิตจากโรคชรา